| กำหนดการ
พิธีเททองหล่อองค์พระ
ณ วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
เวลา ๐๙.๑๙ น. ทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงค์เธอ
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงค์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดศักดิ์ และสิ่งศักด์สิทธิ์ภายในวัด
เวลา ๑๐.๑๙ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๙ รูปเจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๒.๐๐ น. เชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหาร
เวลา ๑๓.๑๙ น. พิธีถวายองค์ผ้าป่าสามัคคีแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๔.๑๙ น. ทำพิธีเททองหล่อองค์พระ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญชัยมงคลคาถา
พระมหาเถราจารย์ ๔ รูป นั่งปรกอธิฐานจิตประจำทั้ง ๔ ทิศ
เวลา ๑๕.๐๐ น. พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา เป็นอันเสร็จพิธี
ในการนี้จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันบริจาคสมทบทุนในการจัดสร้างองค์พระถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสที่
พระองค์เจริญ พระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา
และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงค์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงค์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดศักดิ์ เนื่องในวันสิ้นพระชนม์ครบ ๘๕ ปี
ศรัทธาจะร่วมบริจาค
ติดต่อขอร่วมบริจาคได้ที่ พระครูอุดมเขตตาภิวัฒน์ (เจ้าอาวาสวัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม)
วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร 86120
โทร 081 – 2707804 , 077 - 558092 , 077 - 558093 แฟ็ก 077 – 558175
หากท่านไม่สามารถเดินทางมาร่วมบุญที่วัดได้ ท่านสามารถโอนเข้าบัญชี
ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขาชุมพร
ชื่อบัญชี พระครูอุดมเขตาภิวัฒน์ สร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามญาติ
เลขที่บัญชี 414-2-14165-1 คณะศิษยานุศิษย์
ประธานดำเนินการจัดสร้าง¬
ความเป็นมา และแรงบันดาลใจในการออกแบบองค์พระ
ศาสนศิลปะหรืองานศิลปกรรมในลัทธิความเชื่อถือและศาสนา ถือเป็นศิลปะที่เป็นผลงานสูงสุดของมนุษย์ อันเป็นงานสร้างสรรค์ที่เหนือกว่างานสร้างสรรค์ด้านอื่น ๆ เพราะเป็นงานศิลปะที่เกิดจากความซาบซึ้งทางพุทธิปัญญาที่มีคุณค่าเหนือกว่าศิลปะทั้งหลายที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น งานจิตรกรรมของไทยในสมัยโบราณมักจะสร้างสิ่งสมมติเพื่อเป็นสัญลักษณ์ เช่น การเขียนภาพพระพุทธเจ้าขึ้นเพื่อแทนความหมายของนิพพาน การสร้างงานศิลปะในสมัยโบราณสร้างขึ้นเพื่อความสบายใจหรือเพื่อแสดงถึงความกตัญญูที่มีต่อธรรมชาติ
ศิลปะทุกแขนงในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ทำขึ้นจากคติความเชื่อถือทั้งสิ้น จนกระทั้งเกิดมีศาสนาขึ้นมา
ศิลปะทุกแขนง ก็ได้เปลี่ยนมารับใช้ศาสนาเป็นส่วนใหญ่ ขึงอาจกล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ ทำให้ศิลปินได้รับแรงบันดาลใจจากศาสนาในการสร้างศาสนสถาน ศาสนวัตถุ และจิตกรรมอันเนื่องมาจากศาสนา
อยู่มากมาย
ในประเทศไทยศิลปกรรมที่สร้างขึ้นครั้งแรกสุด นอกจากศิลปกรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก็ได้แก่ศิลปกรรมอันเนื่องมาแต่พุทธศาสนาทั้งสิ้น ได้แก่ สมัยทวาราวดี สมัยศรีวิชัย สมัยลพบุรี สมัยเชียงแสน
สมัยสุโขทัย สมัยอู่ทอง สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์
คติความเชื่อในแต่ล่ะศาสนาที่แตกต่างกัน ย่อมเป็นผลให้ลักษณะของศิลปกรรมแตกต่างกันไปด้วย ยุคใดที่ศิลปินมีศรัทธาต่อศาสนามาก ประกอบกับบ้านเมือง
รุ่งเรือง ศิลปกรรมที่ปรากฏออกมาจะแสดงให้เห็นว่าได้ทำขึ้นอย่างมีชีวิตจิตใจและสวยงามจนหาที่เปรียบมิได้
งานปติมากรรมของไทยนั้นได้สร้างลักษณะเพื่อแทนพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เช่น พระพุทธ
รูปปางลีลา ศิลปะสุโขทัย ได้แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงสัญลักษณ์แห่งความหลุดพ้น ความรู้แจ้งในรสพระ
ธรรมคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้า
ศิลปะยุคทองของไทย ความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินจะทำให้เกิดวิวัฒนาการของงานศิลปะ ที่สวยงามที่สุดและสมบูรณ์ลงตัวที่สุด ซึ่งจัดได้ว่าเป็นศิลปะยุคทองหรือยุคคลาสสิก ศิลปะยุคทองของไทย
คือศิลปะสมัยสุโขทัย
ศิลปะยุคทองเป็นศิลปกรรมที่มีความงามสูงสุดซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า เป็นงานศิลปะที่มีรูปแบบที่บริสุทธิ์ มีความสมบูรณ์ ทั้งทางด้านเทคนิคและฝีมือช่าง ประกอบด้วย แบบของความคิดและอุดมคติ ในความงามอันสูงส่ง
ศิลปะยุคทอง เป็นศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชาติ ที่มีความเจริญคลี่คลายถึงจุดสูงสุด ซึ่งมีลักษณะเป็นอุดมคติ ของตนเองด้วยแบบอย่างง่าย ๆ และมีความสวยงามจนไม่มีศิลปะสมัยใดเทียบได้
พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย แสดงให้เห็นถึงลักษณะเหนือระดับมนุษย์ธรรมดา ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ในอุดมคติอันสูงสุดของพุทธศาสนาได้ทำพระพุทธรูปขึ้นโดยมีพุทธลักษณะตามที่
กล่าวไว้ในวรรณคดี ภาษาบาลีของลังกา ช่างสุโขทัยได้นำความงามจากวรรณคดีมาดัดแปลง ให้ประติมากรรมไทยมีความสวยงามอย่างประหลาด ช่างสุโขทัยได้ดัดแปลงตามความชำนาญผสมกับความนิยม ความงามตามแบบไทยจึงทำให้พระพุทธรูปมีแบบเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของประติมากรรมสมัยสุโขทัย โดยพระพุทธรูปที่มีความงามที่สุดคือ พระพุทธรูปปางลีลาสำริด ( ปัจจุบันประดิษฐานที่ระเบียงวัดเบญจมบพิตร )
พระพุทธรูปสมัยอยุธยา จัดได้ว่าเป็นยุคเสื่อมของประติมากรรมไทย พระพุทธรูปอยุธยาโดยทั่วไปจะไม่มีความสวยงาม และแข็งกระด้างไม่มีชีวิตจิตใจ ได้แบบอย่างมาจาก พระพุทธรูปอู่ทอง โดยรับเอาประติมากรรมของลพบุรีและสุโขทัย มาทำตามแบบ ส่วนด้านสถาปัตยกรรม จะมีความสวยงาม อ่อนช้อยมากกว่าสถาปัตยกรรมสมัยอื่น ๆ
สมัยอยุธยานิยมทำพระพุทธรูปทรงเครื่องกันมากทั้งนี้โดยหมายเอาว่าเป็นพระศรีอาริยเมตไตรยที่จะทรงตรัสรู้
ในภพหน้า (พระศรีอาริเมตไตรย ถือเป็นพระพุทธรูปทวาราวดีสมัยอยุธยา)พระพุทธรูปมักทำอย่างพระพุทธเจ้า ทรงจำแลงองค์เป็นพระจักรพรรดิ
พระพุทธรูปทรงเครื่องของศิลปะอยุธยา จะมีลักษณะผิดแปลกแตกต่างไปจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยลพบุรี คือมีทั้งทรงเครื่องใหญ่และทรงเครื่องน้อย แบบทรงเครื่องน้อยมักมีกรรเจียกยื่นออกมา เป็นครีบเหนือพระกรรณซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา ที่เริ่มทำกันในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นต้นมา พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ก็จะมีเครื่องประดับและลวดลายประกอบอย่างมากมาย
พระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์โดยทั่วไปมักเป็นการรวบรวมของเดิมที่มีอยู่ ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์ทรงรวบรวมพระพุทธรูปจากที่ต่าง ๆ นำมาบูรณะให้มีสภาพดีดังเดิม ในสมัยรัชกาลที ๑ ก็ทรงบูรณะศิลปกรรมที่มีอยู่เดิมเป็นพื้น และทรงรวบรวมพระพุทธรูปขึ้น แต่นิยมเน้นความสวยงาม ในเรื่องของ เครื่องประดับยิ่งกว่าสีพระพักตร์ที่แสดงออกของพระพุทธรูป
ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้หล่อพระพุทธรูป ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์มากยิ่งขึ้น คือไม่มีพระเกตุมาลา เช่น พระพุทธสัมพรรณี และ พระนิรันตราย
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ และ ๖ ทรงสร้างพระพุทธรูปเลียนแบบพระพุทธรูป คันธารราฐ เช่น พระพุทธรูปปางขอฝน ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕
ดังนั้น ผู้ออกแบบ (นายณัฐวุฒิ อ่อนนิ่ม) จึงได้ออกแบบพระพุทธรูปองค์นี้ โดยนำเอาศิลปะของทั้ง ๓ สมัย คือ
สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ มาผสมผสานกัน รวมทั้งได้เพิ่มเติมในลักษณะของศิลปะร่วมสมัยลงไป จึงได้รูปแบบพระพุทธรูปทรงเครื่องที่มีศิลปะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์ แตกต่างจากพระพุทธรูปที่เคยมีมาใน
อดีตทั้ง ๓ สมัย
ด้วยแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนาและความจงรักษ์ภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ออกแบบ (นายณัฐวุฒิ อ่อนนิ่ม) จึงได้ออกแบบพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามญาติ ซึ่งเป็นพระประจำวันของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เพื่อเป็นการเฉลิม
พระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร
สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงพระประสูติ ในวันจันทร์
ในการจัดสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ส่วนหนึ่งเพื่อประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถ “อาภากร” วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม
ต. หาดทรายรี อ. เมือง จ. ชุมพร เพื่อเป็นศาสนานุสรณ์ แด่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงค์เธอพระองค์เจ้าอาภากร
เกียรติวงค์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งสถานที่นี้เป็นที่ที่พระองค์ทรงนพระชนม์ โดยในส่วนขององค์ พระยังได้สื่อความหมายเชื่อมโยงถึงหลักธรรม อันเป็นหัวใจหลักในพระพุทธศาสนา ดังที่จะแสดงให้เห็นต่อไป
|